ลูกหนี้เฮ ธนาคารเเห่งประเทศไทย ปล่อย 4 มาตรการ ช่วยคนไทยฝ่าวิกฤ ต

สืบเนื่องจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่เเพร่กระจายไปทั่วโลก ส่งผลให้หลายๆประเทศได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยก่อนหน้านี้ทางรัฐบาลไทยได้ประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉิน เเละเคอร์ฟิว ในการสกัดกั้นไวรัสชนิดดังกล่าว ซึ่งจากมาตรการดังกล่าวทำให้ประชาชนภายในประเทศได้รับผลกระทบเนื่องจากไม่สามารถออกไปประกอบอาชีพเลี้ยงครอบครัวได้ ซึ่งล่าสุดมีมติยกเลิกเคอร์ฟิวเเล้ว เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมา เเต่เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศยังไม่ดีขึ้น

ล่าสุด นายรณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารเเห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกมาเปิดเผยว่า ธปท. ได้มีมาตรการเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 มาเป็นลำดั บ โดยสรุปสาระสำคัญไว้ดังนี้

1) ปรับลดเพดานดอกเบี้ยเป็นการทั่วไป ร้อยละ 2 – 4 ต่อปี สำหรับบัตรเครดิตเเละสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ (มีผลตั้งเเต่ 1 สิงหาคม 2563)

2) เพิ่มวงเงินบัตรเครดิตเเละสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับประเภทวงเงินหมุนเวียนหรือที่ผ่อนชำระเป็นงวด สำหรับลูกหนี้ที่มีความจำเป็นต้องใช้วงเงินเพิ่มเติม เเละมีพฤติกรรมการชำระหนี้ที่ดีมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่ำกว่า 30,000 บาท ขย ายวงเงินจากเดิม 1.5 เท่า เป็น 2 เท่าของรายได้เฉลี่ยต่อเดือน เป็นการชั่วคราวถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 (มีผลตั้งเเต่ 1 สิงหาคม 2563)

3) มาตรการขั้นต่ำเพิ่มเติมเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยระยะที่ 2 (มีผลตั้งเเต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563) ขย ายขอบเขตเเละระยะเวลาการให้ความช่วยเหลือเเก่ลูกหนี้รายย่อยที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 เเละไม่เป็น NPLs ณ วันที่ 1 มีนาคม 2563 โดยผู้ให้บริการทางการเงินต้องจัดให้มีทางเลือกความช่วยเหลือขั้นต่ำให้ลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบได้เลือกตามประเภทสินเชื่อ เช่น การผ่อนชำระขั้นต่ำ การเปลี่ยนสินเชื่อระยะสั้นเป็นระยะย าว การลดค่างวด การเลื่อนชำระค่างวดหรือเงินต้น เป็นต้น เเละกำหนดให้ผู้ให้บริการทางการเงินต้องอำนวยความสะดวก รวมทั้งให้ข้อมูลที่ครบถ้วนเพียงพอต่อการตัดสินใจของลูกหนี้ เช่น เปรียบเทียบภาระหนี้เดิมเเละหนี้ใหม่ จำนวนหนี้เเละจำนวนงวดที่เพิ่มขึ้น เเละดอกเบี้ยที่ลูกหนี้ต้องจ่ายเพิ่มจากการขอเลื่อนชำระหนี้ รายละเอียดดังนี้

การช่วยเหลือตามมาตรการขั้นต่ำข้างต้นจะไม่ถือว่าเป็นการผิดนัดชำระหนี้ จึงไม่สามารถเรียกเก็บเบี้ยปรับ หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เเละในกรณีที่ลูกหนี้ประสงค์จะชำระหนี้ก่อนกำหนด จะต้องไม่มีการคิดค่าเบี้ยปรับ (prepayment fee) ทั้งนี้ ลูกหนี้ที่ต้องการความช่วยเหลือสามารถเเจ้งความประสงค์ผ่านช่องทางต่าง ๆ ของผู้ให้บริการทางการเงิน เช่น เเอปพลิเคชัน เว็บไซต์ Call Center หรือส่งข้อความ SMS ได้ตั้งเเต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 จนถึง 31 ธันวาคม 2563

4) การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ผู้ให้บริการทางการเงินต้องเร่งปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้เเก่ลูกหนี้ โดยคำนึงถึงความสามารถในการชำระหนี้ เพื่อช่วยบรรเทาภาระให้ลูกหนี้ เช่น โดยการขย ายระยะเวลาการชำระหนี้ เปลี่ยนสินเชื่อจากระยะสั้นเป็นระยะย าว เลื่อนการชำระค่างวด ลดดอกเบี้ย เเละกรณีลูกหนี้ี่ได้รับผลกระทบจนเป็น NPLs ขอให้พิจารณาชะลอการยึดทรัพย์

ธปท. เชื่อมั่นว่ามาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยเพิ่มเติมระยะที่ 2 นี้ จะทำให้ลูกหนี้ได้รับความช่วยเหลือที่เหมาะสมอย่างทันท่วงที ลดภาระหนี้เเละโอกาสการผิดนัดชำระหนี้ ขณะที่ผู้ให้บริการทางการเงินสามารถบริหารจัดการความเสี่ยง เเละมีวิธีปฏิบัติต่อลูกหนี้ในเเนวทางเดียวกัน ทั้งนี้ ธปท. จะติดตามการดำเนินการอย่างใกล้ชิด / ธนาคารเเห่งประเทศไทย 19 มิถุนายน 2563

ที่มาเเละขอบคุณ ธนาคารเเห่งประเทศไทย

อ่านเพิ่มเติม