ยินดีด้วย เช็คด่วน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สิงหาคม 2563 ได้รับอะไรบ้าง

อัพเดทสิทธิ์ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” หรือ “บัตรคนจน” เดือนสิงหาคม 2563 ผู้ที่ถือบัตรจะได้สิทธิ์อะไรบ้าง?

เนื่องจากหลายมาตรการที่ภาครัฐออกมาช่วยเหลือประชาชน เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ

เชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโรคโควิด-19 เริ่มทยอยครบกำหนดตามที่ระยะเวลาของมาตรการหรือโครงการ

และสำหรับผู้มีรายได้น้อยที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจนนี้ จะยังคงเหลือสิทธิ์อะไรบ้าง?

และจะได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยาเท่าไร “กรุงเทพธุรกิจออนไลน์” ได้รวบรวมสิทธิ์ต่างๆ ที่จะได้รับในเดือนสิงหาคม 2563 ไว้ดังนี้

วันที่ 1 สิงหาคม 2563

1.วงเงินชำระค่าสินค้าอุปโภคบริโภค 200-300 บาท ตามเกณฑ์หลักเกณฑ์ โดยผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อปี

จะได้รับเงินช่วยเหลือค่าสินค้าอุปโภคบริโภค 300 บาทต่อเดือน ส่วนผู้ที่มีรายได้สูงกว่า 30,000 บาทต่อปี

แต่ไม่เกิน 100,000 บาท จะได้รับเงินช่วยเหลือ 200 บาทต่อเดือน โดยต้องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไปซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค

จากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งไม่สามารถกดออกมาเป็นเงินสดได้

2.ค่าเดินทางรถโดยสารสาธารณะ ครอบคลุมทั้งรถเมล์, รถไฟ, รถไฟฟ้า และ บขส. ใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรูดเพื่อจ่ายเงินในการเดินทาง โดยได้รายละ 500 บาท

3.ส่วนลดซื้อก๊าซหุงต้ม โดยรัฐบาลแจกให้ผู้ถือบัตรคนจนทุกคนผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รายละ 45 บาทต่อ 3 เดือน

โดยจะต้องใช้กับร้านค้าที่เข้าร่วมเท่านั้น หากไม่ใช้สิทธิภายใน 3 เดือน จะถูกตัดยอดเงินส่วนนี้ไป

วันที่ 15 สิงหาคม 2563

4.เงินคืนภาษี 5% ของยอดเงินที่ใช้จ่ายกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ หากผู้ที่ถือบัตรคนจนนำบัตรไปรูดซื้อของที่ร้านค้า

ที่เข้าร่วมโครงการคืนภาษี ซึ่งร้านค้าจะเก็บรวบรวมยอดไว้ในแต่ละเดือน คิดเป็นจำนวน 5% ของยอดที่ใช้จ่ายไป

โดยเงินที่คืนจากส่วนนี้ แต่ละคนจะได้คืนสูงสุด 500 บาท ซึ่งจะเป็นการจ่ายเข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money)

สามารถรูดออกมาเป็นเงินสด หรือใช้จ่ายผ่านบัตรกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการได้ แต่เงินจำนวนนี้จะสามารถใช้ได้ในเดือนถัดไป

ยกตัวอย่างเช่น จ่ายผ่านบัตรสวัสดิการไป 100 บาท จะได้เงินคืนจากแวต 5% เข้าบัตรในเดือนถัดไป 5 บาท,

หากจ่ายผ่านบัตร 500 บาท จะได้เงินคืนจากแวตนี้เข้าบัตรในเดือนถัดไป 25 บาท, หรือหากจ่ายผ่านบัตร 1,000 บาท

จะได้เงินคืนจากแวตนี้เข้าบัตรในเดือนถัดไป 50 บาท เป็นต้น

ทั้งนี้โดยอัตราภาษีแวตปกติ 7% นั้น แยกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ 1% เป็นส่วนที่ผู้ถือบัตรต้องจ่ายอยู่แล้วเมื่อนำบัตรไปใช้จ่าย

จากเดิมที่ต้องจ่ายเต็ม 7% ส่วนอีก 5% เป็นเงินที่ผู้ถือบัตรคนจนจะได้รับการคืนเงินในเดือนถัดไปผ่าน e-Money

สำหรับ 1% สุดท้ายจะถูกนำเข้าไปในกองทุนการออมแห่งชาติของผู้ถือบัตรคนจนนั่นเอง

5.เงินพิเศษผู้สูงอายุ ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และต้องถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนี้ โดยจะแบ่งตามรายได้ของผู้สูงอายุ ได้แก่

ผู้สูงอายุที่มีรายได้ 0-30,000 บาทต่อปี จะได้รับเงินช่วยเหลือ 100 บาทต่อเดือน และผู้สูงอายุที่มีรายได้

ตั้งแต่ 30,001-100,000 บาทต่อปี จะได้รับเงินช่วยเหลือ 50 บาทต่อเดือน สามารถกดออกมาเป็นเงินสดมาใช้ได้เช่นกัน

โดยเงินช่วยเหลือในส่วนนี้ คณะกรรมการผู้สูงอายุมีมติต่อมาตรการช่วยเหลือนี้ไถึงเดือนกันยายน 2563

วันที่ 18 สิงหาคม 2563

6.ส่วนลดค่าน้ำประปา แต่จะได้เฉพาะผู้ที่ลงทะเบียนไว้กับการประปาในพื้นที่ โดยจะต้องใช้น้ำไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด คือ

ไม่เกิน 100 บาทต่อเดือน เมื่อบิลค่าน้ำประปามาต้องจ่ายเงินสดไปก่อน จากนั้นระบบจะบันทึกข้อมูล และโอนเงินสดกลับมาเข้าบัตร ซึ่งสามารถกดออกมาเป็นเงินสดได้

7.ส่วนลดค่าไฟฟ้า โดยจะต้องใช้ไฟฟ้าไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด คือ 230 บาท เมื่อสิ้นเดือนบิลค่าไฟฟ้ามาให้จ่ายเงินไปก่อน

เมื่อระบบจัดเก็บข้อมูลเรียบร้อยแล้ว พบว่าใช้ไม่เกินเกณฑ์ ก็จะโอนเงินช่วยเหลือกลับมาเข้าบัตรสามารถกดเงินสดออกมาใช้ได้

โดยทั้ง 2 สิทธิ์นี้ เป็นโครงการที่มีระยะเวลาของโครงการตั้งแต่ตุลาคม 2562-กันยายน 2563 รวมระยะเวลาทั้งหมด 11 เดือน

ที่มา กรุงเทพ ธุรกิจ